คอตีบกลับมาแว้ววววว

posted on 18 Nov 2012 16:46 by deathmoon in BCPN
คอตีบ โรคที่หลับไหลไปกว่า 17 ปีได้กลับมาอีกครั้ง พบติดเชื้อ 87 ราย เสียชีวิต 2 ราย ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว 
 
โรคนี้ติดเร็ว เป็นเร็ว และไป(จากโลกนี้)เร็ว ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่เป็นโรคที่ป้องกันได้ง่ายๆ คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ถึงใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกแต่ไม่ล้างมือบ่อยๆก็ติดอยู่ดี เพราะเอามือไปจับบริเวณที่มีเชื้อมาแล้วก็มาหยิบขนมเข้าปากก็ติดเชื้อได้แล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงต้อง ล้างมือบ่อยๆ  และ 1 แก้ว 1 หลอด 1 คน อย่าใช้แก้วหลอดและคนร่วมกัน อิอิ
 
รายแรกที่เสียชีวิตจากคอตีบนั้น เป็นผู้ป่วย HIV ที่อยู่ในระยะแสดงอาการ ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้ป่วยโรคนี้มักมีฝ้าขาวในช่องปาก ซึ่งเจ้าคอตีบนี้ก็เช่นกันจะมีแผ่นฝ้าขาวปนเทาแปะอยู่ในคอของคนไข้ 
 
ส่วนรายที่ 2 นี่ก็ดื่มสุราจัด ไม่ค่อยใส่ใจในตนเอง มารับการตรวจรักษาช้าไป (เจ้าโรคนี้ใช้เวลา 2-8 วันก็ไปแล้วยิ่งอ่อนแอยิ่งไปเร็วนะจ้ะ)
 
ส่วนผู้ติดเชื้ออีก 85 รายที่เหลือ ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดี ยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตเพิ่ม มีแต่ยอดป่วยเพิ่มมาอีก 4 ราย เท่านั้น แสดงว่าเราควบคุมได้ดี 
 
       
      ภาพนี้แสดงให้เห็นลักษณะแผ่นฝ้าสีขาวปนเทา ที่คอของคนไข้ (ไอ้เจ้าแผ่นฝ้านี้เกิดจากการที่เชื้อคอตีบปล่อยพิษออกมาทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นตาย กลายเป็นสีขาวๆเทาๆ มักพบหลังรับเชื้อได้ 2-5วัน ถ้าเกิน 1 สัปดาห์ไปแล้วไม่เจอ แสดงว่ารอด ^^)
 
v
v
v
v
ข้างล่างนี้ค่อนข้างอิงวิชาการ ใครไม่ชอบให้เลื่อนข้ามลงไปอ่านตรงจุดที่เป็นตัวอักษรสีน้ำเงินนะคะ Cool
v
v
v
v
 
อาการที่ต้องสงสัย คือมีไข้ ร่วมกับ เจ็บคอ ร่วมกับ มีแผ่นขาวในลำคอ/จมูก 

เกณฑ์การคัดออก คือ กรณีที่ไม่พบแผ่นขาวในคอและจมูก แต่มีน้ำมูกไหล  (คุณผู้อ่านก็สามารถตรวจเองได้ด้วยการส่องกระจกแล้วอ้าปากกว้างๆ เพื่อดูว่ามีแผ่นฝ้าขาวเกาะอยู่ในคอด้านในหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาล ซึ่งเสี่ยงที่จะไปรับเชื้อที่อยู่ในโรงพยาบาลกลับมาบ้านด้วย เป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน Smile)

โดยส่วนมากผู้ที่เกิดหลัง พ.ศ.2535 มักจะได้รับวัคซีน DTP กันแล้วซึ่งวัคซีนตัวนี้จะฉีดตอนอายุ 2,4,6,18 เดือน และ 4 ปี สมัยก่อนให้ใน ป.1 ด้วย แต่ช่วงหลังให้เฉพาะ ป.6 และกระตุ้นซ้ำทุก 10 ปี เพราะฉะนั้นประชากรที่อายุยังไม่เกิน 22 ปีในปีนี้ถือว่ายังได้รับความคุ้มครองจากวัคซีนนี้อยู่ (ถ้าตอนป.6 ไม่แอบวิ่งหนีหมออนามัยเข้าป่าไปซะก่อนอะนะ) 

และในหญิงตั้งครรภ์ที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่ พ.ศ.2548 เป็นต้นมาและได้รับวัคซีน (ที่ฉีดเข้าต้นแขน) ก็จะได้เป็นวัคซีน dT กันเป็นส่วนใหญ่ ถ้าได้รับ 2 เข็มก็สามารถคุ้มครองท่านได้ ถึง 5 ปี (คุณแม่ทั้งหลายที่ท้องในช่วงนี้ลองพลิกสมุดฝากครรภ์ไปดูตรงหน้ารับวัคซีนดูสิคะ ว่าได้รับวัคซีนอะไร ถ้า จนท.เขียนว่า dTแสดงว่าได้รับตัวป้องกันคอตีบมาแล้ว แต่ถ้าเขียนว่า "ได้dTแล้วตอนป.6"  แสดงว่าตอนที่ตั้งครรภ์อายุท่านยังไม่ถึงกำหนดรับวัคซีนนี้ พูดง่ายๆ คือ

ถ้าตั้งครรภ์ช่วง อายุ 12 -21 ปี จะไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันคอตีบ-บาดทะยัก

แต่ถ้าตั้งครรภ์ช่วง อายุ 22-23ปี จะได้รับการฉีดกระตุ้น 1 เข็ม

และตั้งครรภ์ช่วงอายุ 24 ปีขึ้นไป จนท.จะเริ่มนับหนึ่งให้ใหม่ โดยฉีดเข็มแรกทันทีที่มาฝากครรภ์ และเข็มที่สองหลังจากฉีดเข็มแรก 1 เดือน และเข็มที่สามห่างออกไปอีก 6 เดือน ส่วนมากก็จะเกือบๆคลอดและถ้าใครมาฝากครรภ์ช้าก็ฉีดตอนหลังคลอดไปก็มี 

ส่วนประชาชนทั่วไปที่อายุเกิน และไม่ใช่หญิงตั้งครรภ์ ในขณะนี้เราได้แบ่งการดูแลตามพื้นที่ ซึ่งมี 3 แบบ คือ

1.พื้นที่ระบาด พื้นที่ที่มีผู้ป่วยโรคคอตีบ หรือผู้ป่วยสงสัย ทางเราจะจัดการติดตามให้วัคซีนเก็บตก+รณรงค์ในเด็กกลุ่มเสี่ยง+ รณรงค์ในผู้ใหญ่ที่เกิดก่อนหรือเกิดเมื่อมีการเริ่มให้วัคซีนโรคคอตีบ(ผู้ที่จบป.7- 45ปี)

2.พื้นที่เสี่ยง

หมายถึง หมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่การระบาดของโรคคอตีบหรืออำเภอที่อยู่รอบๆอำเภอที่มีการระบาดโรคคอตีบ และมีความครอบคลุมวัคซีนต่ำ โดยพิจารณาจาก

 

Cool หมู่บ้าน/ตำบล ที่มีความครอบคลุมของวัคซีน DTP-HB/DTP/dT ในกลุ่มเด็กตามเกณฑ์อายุ น้อยกว่า 90%
Coolหมู่บ้าน/ตำบล ที่มีกลุ่มอายุ > 30 ปี ประวัติได้รับวัคซีน DTP ในวัยเด็ก หรือได้รับวัคซีน dT ตอนเรียนประถมปีที่ 6 น้อยกว่า 50%
Coolอำเภอที่ไม่มีการให้วัคซีน dT ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์
Coolกรณีพบผู้ป่วยสงสัยคอตีบซึ่งไม่เคยได้รับวัคซีน DTP-HB/DTP/dT มาก่อน
Coolกรณีพบลักษณะผู้ป่วยทอนซิลอักเสบ เป็นกลุ่มก้อน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
ทั้ง 5 กรณี หมออนามัยของท่านจะเป็นผู้ประเมินให้ท่านเอง ถ้าท่านอยู่ในพื้นที่เสียงหมออนามัยของท่านจะจัดการ ติดตามให้วัคซีนเก็บตก+รณรงค์ในเด็กกลุ่มเสี่ยง
 
3.พื้นที่ปกติ ก็คือพื้นที่ที่ไม่มีผู้ป่วย หรือผู้ต้องสงสัยว่าป่วย และมีการให้วัคซีนครอบคลุมในทุกกลุ่ม จนท.ที่อยู่ในพื้นที่นี้ก็จะจัดการ

 

ติดตามให้วัคซีนที่มีส่วนประกอบของวัคซีนป้องกันโรคคอตีบให้ครบตามถ้วนเกณฑ์ ได้แก่

Cry วัคซีนรวม DTP-HB ครั้งที่ 1 2 และ 3 ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี
Cry วัคซีน DTP ครั้งที่ 4 ในเด็กอายุ 1ปีครึ่ง ถึง 2 ปี
Cry วัคซีน DTP ครั้งที่ 5 ในเด็กอายุ 4 ปี ถึง 5 ปี
Cry วัคซีน dT ในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 5 เฉพาะรายที่ได้รับวัคซีน DTP ไม่ครบตามเกณฑ์
Cry วัคซีน dT ในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
 
*** สำหรับเด็กด้อยโอกาส ชาวเขา เด็กในกลุ่มแรงไทยและแรงงานต่างด้าว จะให้วัคซีนดังนี้ 
 
Embarassedเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี รณรงค์ให้วัคซีน DTP-HB 3 ครั้ง ที่ 0 1 และ 6 เดือน
Embarassedเด็กอายุมากกว่า 7 ปี รณรงค์ให้วัคซีน dT 3 ครั้ง ที่ 0 1 และ 6 เดือน
 
แล้วคุณผู้อ่านละคะอยู่ในกลุ่มพื้นที่ใด ...?
 
ข้างบนอาจเข้าใจยาก เพราะเป็นแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ข้างล่างนี้อ่านแล้วเข้าใจง่ายกว่า  

สาเหตุของโรค

  เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ เชื้อก่อโรคคือแบคทีเรียชนิด Corynebacteriumdiphtheriae  ที่สร้าง toxin ทำให้เกิดเนื้อตายในลำคอและท่อทางเดินหายใจ

วิธีการติดต่อโรคคอตีบ

  เกิดจากการไอ จาม รดกัน พูดคุยระยะใกล้ชิด  ใช้ภาชนะ เช่น แก้วน้ำช้อนส้อมร่วมกับผู้ป่วยหรือพาหะ

ประชากรกลุ่มเสี่ยง

  ประชากรที่เกิดก่อนปี 2535 ต่างด้าว คนไร้รัฐ ชาวเขา เด็กด้อยโอกาส

การรักษา

  รักษาด้วยยาปฏิชีวนะแบบฉีดหรือรับประทานจนกระทั่งผลเพาะเชื้อเป็นลบ ร่วมกับยาต้านพิษ(Diphtheria Antitoxin) และเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน 

วิธีการป้องกัน

หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยและพาหะ

ผู้สัมผัสใกล้ชิดและพาหะ ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ เฝ้าระวังอาการโรคคอตีบ

ผู้สัมผัสใกล้ชิดและพาหะ ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบตามที่กำหนด

* วัคซีนไม่ได้ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ แต่ป้องกันไม่ให้เชื้อที่รับมานั้นสร้างพิษมาทำลายเนื้อเยื่อของเราได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่รับวัคซีนแล้วแต่มีประวัติสัมผัมผู้ป่วย ไม่ควรเดินทางออกนอกพื้นที่ภายใน 14 วันหลังสัมผัส เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่น เพราะถึงท่านจะไม่ป่วยแต่ก็ถือว่าตัวท่านเองเป็นพาหะนำโรคคอตีบไปแล้วนะคะ หากท่านแค่สงสัยก็อยู่แต่บ้านจะดีที่สุด อย่าเอาเชื้อไปแพร่ให้คนอื่นนะคะ หยุดออกต่างจังหวัดแค่ 2 สัปดาห์ น่าจะชิลๆเนอะ
 
** สำหรับคนที่มีไข้ต่ำๆ เจ็บคอ มีน้ำมูก ที่คอด้านในไม่มีแผ่นฝ้าที่ขาวปนเทา ก็ควรหลีกเลี่ยงโรงพยาบาลหรืออนามัยในช่วงที่มีการระบาดจะดีที่สุด จะได้ไม่เป็นการไปรับเชื้อจากโรงพยาบาลมาสู่บ้านของตนเองนะคะ 

 

 

 

***พิมพ์บทความไปทำงานไป พิมพ์ๆหยุดๆ ใครเจอคำผิดบอกด้วยนะคร้าบบบบ จะรีบแก้ไข้ วันนี้คงไม่ทันไปเฝ้าเคสรอคลอดก่อนนะ แล้วจะรีบกลับมาตรวจทาน(ส่วนมากจะลืม)

Comment

Comment:

Tweet

sad smile ประตูสู่กระเพาะ

#2 By ปิยะ99 on 2012-11-22 09:26

น่ากลัวงับ T__T

#1 By วิหคสีคราม on 2012-11-19 13:37