ลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ เป็นตัวแทนความรักของพ่อและแม่ แต่เมื่อวันหนึ่งคุณทราบว่าลูกอันเป็นที่รักของคุณ มีภาวะความพิการเกิดขึ้นไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม พ่อแม่ทุกคนคงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบที่มีแสงสว่างเจิดจ้ากลับมืดมิดในพริบตา แต่ในความมืดนั้นคุณรู้ไหมว่ายังมีอีกด้านที่มีแสงสว่างรออยู่ คุณต้องตัดสินใจว่า...จะเดินผ่านความมืดไปหาแสงสว่าง หรือจะนั่งรอแสงสว่างอยู่ในความมืดมิดนี้
 
         การมีลูกพิการสักคนเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลาในการทำใจยอมรับ ตั้งสติ เรียนรู้เพื่อให้เกิดปัญญา และความเข้าใจ แต่การดำเนินการใดๆจะไม่เป็นผลสำเร็จ หากสมาชิกในครอบครัว ได้แก่ ปู่ ย่า ตา ยาย ฯลฯ ปฏิเสธการยอมรับ ไม่เรียนรู้ และไม่เข้าใจภาวะที่เด็กเป็น ก็จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตคุณภาพชีวิต และสัมพันธภาพของสมาชิกทุกคนในครอบครัว
       
        เกริ่นมาซะยืดยาว ที่จริงตั้งใจจะเขียนเรื่องเด็ก CP 
        เด็ก CP คืออะไร ....?
        CP นั้นย่อมาจาก Cerebral Palsy หมายถึงเด็กสมองพิการ 

เด็กจะมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดปกติ การขยับแขนขา ลำตัวใบหน้า ลิ้น รวมถึงการทรงตัวที่ผิดปกติ เด็กที่เป็นโรคนี้มักมี ปัญหาในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อปัญหาการพูดคุยและการกินและอาจจะมีปัญหาในการควบคุมลมหายใจเพื่อเปล่งเสียง (เรียกกันว่า Dysarthria)

ในทางการแพทย์ จัดเด็กพิการ CP เป็นภาวะพิการทางสมองชนิดหนึ่ง เด็กพิการซีพี ส่วนใหญ่สติปัญญาดี ไม่ปัญญาอ่อน ประมาณ 70-80% มีค่า IQ มากกว่า 70 บางรายมีการรับรู้ ความรู้สึกที่ผิดปกติด้วย

โรคนี้ไม่ติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และเป็นโรคที่ไม่เป็นมากขึ้น อาการของโรคสมองพิการแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย และอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อระบบประสาทเจริญเต็มที่ ความผิดปกติเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด ถึงประมาณ 7 ขวบ ซึ่งเป็นระยะที่สมองเติบโตเต็มที่ สมองจะไม่ถูกทำลายไปมากกว่านี้ แต่ถ้าไม่ได้รับการฟื้นฟูสภาพความพิการ กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ก็จะติดยึดหรือเกร็งมากขึ้น

อาการผิดปกติของเด็กโรคสมองพิการ

  1. ไม่สามารถตั้งคลานได้ เมื่อถึงวัยที่ควรจะคลาน
  2. มีอาการเกร็งของแขนและขาทั้งสองข้าง ถ้าเป็นเด็กทารก จะอ่อนปวกเปียกนำมาก่อน จากนั้นจะค่อยๆแข็งเกร็ง 
  3. มีอาการเกร็งของแขน ขา ซีกใดซีกหนึ่ง
  4. เมื่อฉุดเด็กนั่ง คอเด็กจะตกไปข้างหลัง เด็กจะชันคอไม่ได้
  5. มีการกำมือตลอดเวลา แม้อายุมากขึ้น 
  6. ขณะนั่งและยืน เด็กไม่สามารถวางเท้าราบกับพื้นได้ เพราะกล้ามเนื้อดึงรั้ง เหยียดไม่ออก

ส่วนสาเหตุนั้น มีทั้ง ขณะตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด และหลังคลอด

ขณะมารดาตั้งครรภ์

  1. มารดาเป็นโรคหัดเยอรมัน(หลังมีวัคซีนป้องกันก็หายไปช่วงหนึ่ง แต่เริ่มกลับมาระบาดอีก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าว ลาว พม่า )หรือโรคติดเชื้อไวรัสอื่นๆ เช่น cytomegalovirus หรือเป็นโรค toxoplasmosis
  2. มารดาเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์ โรคลมชักชนิดรุนแรง หรือโรคขาดอาหารรุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนกับมารดาในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้ทารกในครรภ์ขาดออกซิเจน เช่น แม่เป็นความดันโลหิตสูง เกิดมีปัญหาระบบหัวใจและหลอดเลือดหรือระบบหายใจ
  3. ระหว่างตั้งครรภ์มารดาได้รับบาดเจ็บ อุบัติเหตุ ดื่มเหล้าจัด สูบบุหรี่จัด(สามีสูบภรรยาก็สูดดม) ได้รับสารพิษ หรือสารกัมมันตรังสี (ไอ้เรื่องดื่มสุรา สูบบุหรี่นี่ ห้ามให้ตายก็ห้ามไม่ได้ ฆ่าฉันให้ตายดีกว่าคะคุณหมอ ถ้าจะให้เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ แล้วผลเป็นไง ลูกพิการ ตรูจะฟ้องงงงงงงงหมอเพราะหมอดูแลไม่ดี ฮิ้วๆ)

ระหว่างการคลอด

  1. ทารกคลอดยาก คลอดท่าก้น ครรภ์แฝด
  2. รกพันคอ 
  3. สมองทารกได้รับบาดเจ็บ หรือมีเลือดออกในสมองขณะคลอด
  4. ความผิดปกติของการคลอด เช่น รกเกาะต่ำ 
  5. ทารกคลอดก่อนกำหนด โดยเฉพาะถ้าน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 1500 กรัม (ตอนนี้กำลังลุ้นเจ้าหนู 510 กรัมอยู่ว่าจะรอดมั้ย)

หลังคลอด

  1. ทารกแรกเกิดไม่หายใจ ภาวะตัวเขียวหลังคลอด 
  2. ทารกแรกเกิดที่ไม่ร้องภายใน 5 นาทีแรกหลังคลอด
  3. ทารกแรกเกิดที่ต้องอยู่ในตู้อบเกิน 4 สัปดาห์
  4. ทารกแรกเกิดที่มีภาวะดีซ่าน ตาเหลือง ตัวเหลือง ชนิดรุนแรงที่เกิดขึ้นหลังคลอดในช่วงสัปดาห์แรก
  5. ทารกหรือเด็กเล็กภายใน 3-5 ขวบแรกที่เป็นโรคติดเชื้อของสมอง สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เด็กมีการติดเชื้อในช่วงสัปดาห์แรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และโรคสมองอักเสบจากไวรัส 
  6. สมองขาดออกซิเจน เช่น สิ่งแปลกปลอมติดคอ จมน้ำ บาดเจ็บของศีรษะ โรคของเส้นเลือด และการติดเชื้อในสมอง
  7. บางรายพบว่าเกิดจากเด็กอาจจะได้รับอุบัติเหตุหรือกระทบกระเทือนกับสมองโดยตรง ทารกที่ได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะ เช่น รถชน รถคว่ำ พลัดตกจากที่สูง ถูกจับเขย่าตัวแรงๆ(อย่าใช้ความรุนแรงกับทารก การเขย่าตัวทารกแรงๆไ่ม่ได้ทำให้ทารกหยุดร้องไห้ อย่าเถียงนะว่าไม่เคยทำ เห็นอยู่บ่อยๆ เวลาลูกร้องไห้แรงๆนานๆ ปลอบไม่หยุด ชอบจับเด็กเขย่าโดยเฉพาะคุณพ่อที่ชอบใช้ความรุนแรงทั้งหลาย ถ้าไม่อยากได้ลูกพิการ อย่าจับลูกเขย่า)
  8. ภาวะชักที่พบในทารกแรกเกิด
  9. อาจเกิดจากสารพิษ เช่นโรคพิษตะกั่วซึ่งเกิดขึ้นกับเด็กที่กินสีทาบ้านที่มีส่วนผสมของสารตะกั่ว

         สาเหตุบางอย่างก็อยู่เหนือการควบคุมของคนที่เป็นพ่อแม่ซึ่งก็คงเป็นเรื่องของเวรกรรม แต่บางสาเหตุก็เกิดจากการกระทำของคนที่บอกว่ารักเขามากที่สุด อย่าให้อารมณ์ชั่ววูบ  มาทำลายแก้วตาดวงใจของคุณเลยนะคะ คนอื่นอาจไม่รู้ว่าเด็กพิการจากอะไร แต่คนที่ทำย่อมรู็อยู่แก่ใจ อะไรที่ป้องกันได้ จงป้องกัน อย่าให้คำว่า "ไม่เป็นไรหรอกหมอ ใครๆก็ทำกัน" มาทำให้ต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเลยนะคะ 

การรักษา แบ่งเป็นการรักษาด้านกระดูกและข้อ และการรักษาด้านอื่นๆ

  1. ป้องกันความผิดรูปของข้อ ต่างๆ โดยใช้ วิธีทาง
    • กายภาพบำบัด(Physical Therapy) จะช่วยให้เด็กซีพี เรียนรู้การเคลื่อนไหวและการปรับสมดุลย์ของร่างกายได้ดีขึ้น
    • อรรถบำบัด (Speech and Language Therapy) เด็กๆ ที่เป็นซีพี จะได้ฝึกทักษะการสื่อสาร
  2. ลดความเกร็ง โดยใช้ยา
    • ยากิน กลุ่ม diazepam
    • ยาฉีด เฉพาะที่ ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน คือกลุ่ม Botox จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อไม่หดเกร็ง
  3. การผ่าตัด
    • การผ่าตัดลดความตึงของกล้ามเนื้อโดยผ่าคลายเฉพาะกล้ามเนื้อที่ยึดตึง
    • การย้ายเอ็น เพื่อสร้างความสมดุลของข้อ
    • การผ่าตัดกระดูก ในรายที่กระดูกถูกดึงจนผิดรูปแล้ว
  4. การให้การดูแลรวมถึงให้กำลังใจ โดยพ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญ กับการพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็ก
  5. การรักษาด้านอื่นๆ เช่น การผ่าตัดแก้ไขตาเหล่ น้ำลายยืด การใช้เครื่องช่วยฟัง ใช้ยาควบคุมการชัก รวมถึงปัญหาด้าน จิตเวช

สิ่งสำคัญ

v

v

v

v

v

v

การปรับตัว/การยอมรับของพ่อ แม่และสมาชิกในครอบครัวเมื่อรู้ว่าลูกพิการ

  • ความเข้มแข็งท่ามกลางความอ่อนแอของคนในครอบครัว เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องทำเพื่อลูกแม้จะเหนื่อยเพียงไรก็ตาม พ่อแม่ ก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกดีขึ้น โดยไม่ได้คาดหวังเกินสิ่งที่เป็นไปได้
  • ยอมรับกับสภาพความพิการของลูกตั้งแต่รู้ว่าลูกผิดปกติตั้งแต่ตั้งครรภ์เกี่ยวกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อหาแนวทางในวางแผนถึงการเลี้ยงดูไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้นไม่ว่าจะมาก หรือน้อยเพราะลูกเกิดมาจากความรักของพ่อแม่ เพื่อที่จะต้องเลี้ยงดูเขาตลอดไปให้ดีที่สุด
  • ใช้ธรรมะเข้าช่วยในการเยียวยาสภาพจิตใจ ค่อยๆ ยอมรับ ความอดทน อดกลั้นต่อสายตา และคำพูดของผู้คนในสังคมภายนอก นอกจากความอดทนแล้วคนในครอบครัวเช่น ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ที่ผ่านสิ่งต่างๆ มามาก จะช่วยเป็นกำลังใจให้กับลูกๆ ได้เป็นอย่างดีในเรื่องการเลี้ยงดู
  • ตั้งสติให้ได้เร็วที่สุดและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จะได้วางแผนเพื่อเลี้ยงดูลูกอย่างถูกต้องต่อไปในอนาคต เพราะเด็กในแต่ละช่วงวัยมีวิธีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน หรือในรายที่เด็กสามารถสื่อสารและเข้าใจปัญหาของตนเองได้นั้น การพูดคุยกับลูกให้เข้าใจถึงสภาพปัญหาที่ลูกเป็นก็จะช่วยลดความกดดันให้แก่ลูกได้

การฝึกวินัยกับเด็ก(เจ้าหน้าที่ควรมีส่วนช่วยในระยะแรก)

วินัยเป็นสิ่งที่สำคัญในการที่พ่อแม่จะต้องให้เด็กได้ฝึกเพื่อมีวินัยในเรื่องต่างๆของตนเอง

  • ฝึกให้เด็กรู้จักเสียสละ และยอมรับในสิ่งที่เป็นไปได้ พูดคุยให้เขารู้ว่าเขาควรจะได้รับสิทธิเท่าเทียมกับเด็กปกติทั่วไป ซึ่งขึ้นอยู่กับการกำหนดบทบาทของแต่ละครอบครัว
  • ทำข้อตกลงกับลูกถึงการสร้างวินัยของตนเอง พูดคุยให้รู้ว่าทุกคนมีหน้าที่ เช่น บอกลูกว่าพ่อแม่ เป็นแค่ผู้ช่วยเหลือ แต่ลูกต้องเป็นหลักในการช่วยเหลือตนเอง ในรายเด็กที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้บ้าง
  • การฝึกวินัยจะต้องฝึกตั้งแต่เด็ก เพื่อที่เด็กจะได้มีวินัยเรื่องต่างๆ โดยค่อยฝึกเพื่อให้เด็กได้รู้ระเบียบวินัย การที่เด็กจะมีวินัยเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและการเลี้ยงดูของเด็กแต่ละราย

แหล่งอ้างอิง

เอกสารการสอนเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้พิการในชุมชน อาจารย์สุรีรัตย์ อ่ำทุ่งพงศ์ นักกายภาพบำบัด



Comment

Comment:

Tweet

น่าสงสารจัง ไม่ว่าจะโรคอะไรก็ตาม เคยไป รพ.บ่อยๆช่วงนึง เห็น ชั้นสำหรับเด็กเล็กๆ บ๊ะ ถึงกับทำ โซนเครื่องเล่นให้ แปลว่ามีคนไข้เด็กมากมายจริงๆ น่าสงสารอ่ะ น่าจะได้เติบใหญ่ไร้โรคภัย Hot!

#6 By p.cobra on 2012-09-12 02:57

Hot! Hot! confused smile

#5 By แทณนี่แหละ on 2012-09-11 18:20

@artiscream เข้าไปcommentในบล็อกคุณอีฟไม่ได้เลยตอบในนี้ละกัน 
  ก็ดีนะคะ Post-Cerebral Palsy เด็กซีพีในแบบชาวพุทธ big smile

#4 By Death moon on 2012-09-11 18:02

ทุกวันได้แต่พูดกับตนเองว่า
เราโชคดีมีบุญมาก เกิดมาครบ 32
ขอบคุณบทความดี ๆ confused smile Hot!
หายไปนานนะน้อง

#3 By ปิยะ99 on 2012-09-11 16:38

Hot! Hot! Hot! Hot!
อีฟเสนอให้เรียกหนุกๆว่าหลังสมองพิการในเด็กหรือPost-Cerebral Palsyนะคะ
 เพราะCerebral Palsyเดิมไม่มีการอธิบายด้วยกรอบคิดเรื่องกรรม (Karma)
 มันเพิ่งมามีหลังเปลี่ยนผ่านจากตะวันตกสู่ตะวันออก กรอบคิดCPที่นำเข้าสู่ดินแดนในแถบถิ่นอุษาคเนย์นี้จึงย้ายฐานการอิงเวลาแบบศริสท์ (เส้นตรง) สู่เวลาแบบพุทธ (วงกลม)
 เมื่อมีจักรญาณที่หมุนไปก็ต้องมีKarma เพิ่มเข้าไปในคำอธิบาย (Explanation) รวมถึงระเบียบวิธีการศึกษา (methodology)

#2 By Bubble Bleed on 2012-09-11 14:05

Hot! Hot! Hot!
ทุกข์ใดไม่เท่าคนที่เรารักไม่ดี ไม่พร้อมนะ คนหลายๆคนคงไม่รู้

#1 By วิหคสีคราม on 2012-09-11 13:08